5 Steps to learn English

5 Steps to learn English

5 Steps to learn English

Chaper1: เริ่มเรียนภาษาอังกฤษยังไงให้ได้ผล (สักที!)

เพื่อนๆ หลายคนคงสงสัยว่า…
ทำไมเรียนภาษาอังกฤษตั้งเยอะ แต่ยังไม่เก่งสักทีเสียเงินก็เยอะ เรียนก็ไม่เข้าใจ 💸
ไม่อยากเรียนแล้ว ท้อ 😭

“เราคงไม่เก่งพอที่จะเรียนหรอก”ไม่จริง!!!
ความจริงแล้ว เราแค่เริ่มเรียนผิดสเต็ป 😱วันนี้ ABThaiMOOC มาชวนเพื่อนๆ ดู
“5 steps to learn English” 😍

ที่สุดแสนจะง่าย แต่ได้ผลเวอร์!!!
แอดมินรับประกันความสำเร็จ 🙋🏻‍♀️🙋🏻‍♂️
ลองไปดูกันเลย ❤️🧡💛💚💙

 

Step1
Step1
Step2V2
Step2V2
Step3
Step3
Step4
Step4
Step5
Step5
previous arrow
next arrow
Step1
Step2V2
Step3
Step4
Step5
previous arrow
next arrow
Shadow

1. แรงบันดาลใจต้องมา!
หาเหตุผลว่า เรียนไปทำไม (Why?)

ไม่ว่าจะเริ่มต้นทำอะไร ถ้าอยากให้สำเร็จ ต้องสร้างแรงบันดาลใจก่อน การเรียนภาษาอังกฤษก็เช่นกันค่ะ หาแรงบันดาลใจให้เจอ ว่าเราอยากเรียนไปทำไม เราจะได้ใช้ความรู้นี้ที่ไหน เมื่อไหร่ กับใครกันนะ

1.1) สอบเข้าเรียน: เลือกข้อสอบที่ต้องการจะสอบให้ชัดเจน
1.2) หางานที่ดีขึ้น: หาข้อมูลว่างานนั้น ต้องการภาษาอังกฤษแบบไหน
1.3) ใช้พูดคุยในที่ทำงาน: เน้นไปที่ ภาษาอังกฤษในที่ทำงาน
1.4) ฟังเพลง ดูซีรีส์: เรียนจากเนื้อเพลง หรือ subtitle เลย
1.5) คุยกับเพื่อนต่างชาติ: เน้นภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

——————————————————————————————————

2) ตัวช่วยอยู่ไหน? ตัวช่วยดีดีมีเพียบ แล้วจะเลือกยังไง (How?)

จะเรียนให้สำเร็จ ต้องเรียนให้สนุก จะเรียนสนุก ต้องเรียนจากสิ่งที่ชอบทางเลือกเรียนภาษามีหลากหลายให้เลือกใช้ และทางที่เราเลือก ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เพราะนี่คือการเรียนของเรา ABThaiMOOC มีทางเลือกดีดี มาแนะนำค่ะ

2.1) หนังสือ: หาหนังสือที่ชอบ อ่านง่าย เลือกนานๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ
2.2) เว็บไซต์: หาเว็บไซต์ที่เข้าใจง่าย ที่มีความรู้ และแบบฝึกหัด เพื่อเช็คความเข้าใจ
2.3) พอดแคสท์: ฟังพอดแคสท์ที่ชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นพอดแคสท์สอนภาษาก็ได้
2.4) เพลง: เลือกเพลงที่ชอบ หาเนื้อร้องอังกฤษ-ไทย ทำความเข้าใจและร้องตาม
2.5) วีดีโอ: หาช่องยูทูปที่ชอบ อาจเลือกจากเจ้าของช่องที่เราปลื้ม ฟังทุกวัน
6) ภาพยนตร์: หาหนังหรือซีรีส์ที่ชอบ ใช้ soundtrack และ subtitle เป็นตัวช่วย

แนะนำให้เลือกสื่อ 3-4 ชนิด เพื่อความสนุก ไม่จำเจ และได้ฝึกหลายด้านนะคะ

——————————————————————————————————

3) ทดลองเรียนกัน!
ทดลองใช้ตัวช่วยเลือกมา นานแค่ไหนดี (How long?)

เมื่อเลือกวีธีเรียนที่ชอบได้แล้ว ก็มาทดลองเรียนกันเลย การทดลองเรียน เป็นการสำรวจความชอบของตัวเอง ว่าเราเรียนรู้อะไรบ้างจากสื่อนี้ และสนุกกับมันมากพอมั้ย เพื่อตัดสินใจสร้างแฟนการเรียนต่อไป

3.1) เรียนวันละ 15 นาที: อย่าเริ่มเรียนนานเกินไป เพราะจะเบื่อและท้อได้ง่าย
3.2) ทำต่อเนื่อง 5 วัน: เรียนด้วยช่องทางเดิมทุกวัน เปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยๆ
3.3) ได้ความรู้อะไร สนุกพอรึเปล่า: เช็คว่าเราได้เรียนรู้มากแค่ไหน และสนุกที่จะเรียนต่อมั้ย

——————————————————————————————————

4) สร้างแผนการเรียนของฉัน
แผนการเรียนที่เราชอบ มีอะไรบ้าง (What?)

พอทดลองจนแน่ใจว่าสื่อไหนที่ใช่เรา ต่อไปก็สร้างแผนการเรียนฉบับฉันเอง ที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ทุกวัน เพราะนอกจากแรงบันดาลใจ วินัยก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ

4.1) หาเวลาว่าง เวลาเดิมทุกวัน: จัดเวลาทำกิจกรรม เช่น 1 ทุ่มของทุกวัน
4.2) สร้างแพลนระบุกิจกรรม และเวลา: ระบุโปรแกรมที่ชัดเจน เช่น ฟังยูทูป 15 นาที
4.3) จับเวลา ทำให้จบ: จับเวลาเพื่อควบคุมตัวเอง สมาธิจะจดจ่อได้ดี

——————————————————————————————————

5) เขียนไดอารี่กันเถอะ!
สัปดาห์นี้ เรียนอะไรไปบ้างนะ (What?)

การจดบันทึกสิ่งที่ได้เรียนไป จะทำให้เห็นว่าการเรียนรู้ของเราเกิดขึ้นจริง เห็นพัฒนาการของตัวเอง และเกิดแรงบันดาลใจให้ทำต่อ

5.1) สิ่งที่ได้เรียนรู้ใน 1 สัปดาห์: บันทึกหัวข้อ และรายละเอียดลงไป 
5.2) ความสำเร็จ และ สิ่งที่ต้องปรับปรุง: สังเกตว่าเราอยากปรับอะไร ต้องเพิ่มลดตรงไหน 
5.3) ฉันทำได้!: เขียนความรู้สึกดีดีลงไปด้วย เพื่อให้เกิดความรู้สึกแห่งความสำเร็จ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *